“หวา ณัฐญา” แนะเรียนออนไลน์ยุคโควิด “ครู”ต้องพร้อมสอน- “นร.”ต้องพร้อมเรียน

ข่าวการศึกษา

(10 ม.ค.64) จากสถานการณ์โควิด-19 ระบาดระลอกใหม่ ทำให้สถาบันการศึกษาภายในประเทศไทยปิดการเรียนการสอนชั่วคราว และมีบางแห่งได้เปิดการเรียนการสอนออนไลน์ขึ้น จึงทำให้ครูและนักเรียนต้องปรับตัวเองในระดับหนึ่ง

“ทีมข่าวแนวหน้าเฉพาะกิจออนไลน์” จึงลงพื้นที่เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2563 เพื่อสอบถามความคิดเห็นของกลุ่มคนรุ่นใหม่เกี่ยวกับการเรียนออนไลน์ ว่ามีแนวคิดอย่างไร?

โดย “หวา” หรือ “ณัฐญา ภูมิเรศสุนทร” นักศึกษาจากสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ คณะการจัดการการศึกษาเชิงสร้างสรรค์ ชั้นปีที่ 4 อายุ 21 ปี ครูฝึกสอน เปิดเผยกับทีมข่าวฯ ว่า สำหรับตนก็ได้โอกาสทางด้านการศึกษาทำให้ตอนนี้ศึกษาอยู่ในระดับปริญญาตรี และก็ในฐานะมุมมองที่ตนฝึกสอนแล้ว คือเราจะเห็นได้ว่าเด็กบางโรงเรียน จะมีเด็ก100 คน แต่ว่ามีครูเพียง 5 คน ซึ่งตนอยากให้มีการจัดการ หรือว่าการจัดสรรคุณครูให้เหมาะสมสอดคล้องกับในโรงเรียน และการที่ผู้เรียนจะประสบความสำเร็จ ควรขึ้นอยู่กับตัวผู้เรียน หรือความสามารถ หรือความสนใจของเขา และการเข้าถึงการศึกษาควรเป็นสิทธิพื้นฐานที่ทุกคนจะได้รับทุกที่อย่างเท่าเทียมกัน และมีคุณภาพ

“เมื่อครูมีเวลาในการเตรียมความพร้อม และก็โฟกัสกับสิ่งที่เขาต้องสอน และก็โฟกัสกับสิ่งที่เขาต้องสอน ก็จะไม่เกิดเหตุการณ์ หรือว่าการที่ครูคนหนึ่งจะต้องสอน เด็กหลายๆ ห้องรวมกัน หรือว่าเด็กหลายๆ ชั้นปี เด็กหลายๆ ระดับชั้น เขาควรจะได้โฟกัสอยู่กับสิ่งที่เขาต้องสอนนักเรียน เมื่อครูผู้สอน สอนได้อย่างเต็มที่ ผู้เรียนก็ต้องเรียนอย่างเต็มที่ และตั้งใจเรียนด้วยเหมือนกัน”

“ณัฐญา ภูมิสุนทร” ให้เหตุผลอีกว่า ครูที่ดีอย่างแรกต้องละทิ้งช่วงห่างของอายุ สำหรับการเตรียมการสอนออนไลน์ ให้ปรับใช้กับยุคปัจจุบัน เรามีการปรับอย่างไร? การเรียนการสอนออนไลน์ จะต้องเริ่มจากตัวของผู้สอนก่อน ทั้งเรื่องของสื่อ อุปกรณ์ที่ใช้ หรือว่าความเสถียรของอุปกรณ์ รวมถึงสถานที่จะต้องใช้ถ่ายด้วย อาจารย์เองก็ต้องมีความพร้อมในการสอน ผู้เรียนก็ต้องมีคามพร้อมที่จะเรียน มีการถามตอบ มีการมีส่วนร่วมครูกับนักเรียน หลังจากที่เกิดเหตุการณ์โควิด-19

“นอกจากเราจะเตรียมสื่อการเรียนการสอนที่พร้อมแล้ว และก็ความเสถียรของอุปกรณ์ที่พร้อมแล้ว อาจจะมีการตั้งกฎเกณฑ์ หรือระเบียบภายในชั้นเรียน เพื่อเป็นข้อตกลง อย่างเช่น เราจะตั้งกฎเกณฑ์จากความยืดหยุ่น สมมุติว่ามีคลาสเรียน 08.00น. เราก็จะตกลงกับเขาว่าคุณจะสายได้กี่นาที ถ้าเกิดคุณสายได้ 15 นาที จะถือว่าคุณไม่สาย และเวลา 15 นาทีนั้น คุณสามารถไปกินข้าวเช้าก่อนได้ เพื่อให้เขาได้เตรียมความพร้อม อาบน้ำ หรือล้างหน้าแปรงฟันก่อนที่จะมาเรียน จะทำให้เขามีอิสระในการทำ แต่จะต้องอยู่ในเกณฑ์และข้อตกลงร่วมกัน จึงถือเป็นประชาธิปไตยเบื้องต้น ที่เราสามารถใช้ได้ในห้องเรียน” น้องหวา กล่าวทิ้งท้าย

แหล่งข่าว https://www.naewna.com/likesara/544282

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *