8 เทคนิคอ่านหนังสือขั้นเทพ จำแม่น จำเร็ว

          ใกล้สอบทีไร เชื่อว่าปัญหาของน้อง ๆ คือ เรื่องการอ่านหนังสือสอบ บางคนมีสมาธิบ้าง บางคนไม่มีสมาธิบ้าง หรือยังไม่รู้จะเริ่มอ่านจากตรงไหนดี วันนี้เรามีเคล็ดลับในการอ่านหนังสือ อ่านอย่างไรให้จำเร็ว และแม่นยำ มาฝากกันค่ะ เชื่อมั่นว่า บทความนี้คงเป็นประโยชน์ให้กับน้อง ๆ ทุกคน ไม่มากก็น้อยนะคะ ตามเรามาได้เลยค่ะ

1. เริ่มอ่านหน้าสรุปก่อน

อ่านตอนจบก่อน เป็นอันดับแรก เพราะหนังสือส่วนใหญ่นั้น ชอบที่จะเขียนชักแม่น้ำทั้งห้า โดยอธิบายอย่างละเอียดยิบ ใช้ประโยคที่ต้องอ่านถึงสองสามรอบกว่าจะเข้าใจ ยิ่งหน้าแรก ๆ ของบทนั้น เพราะเราไม่จำเป็นต้องรู้ประวัติผู้เขียน บทนำ เป็นการเขียนเกริ่นแนะนำให้อ่านต่อไปเรื่อย ๆ เป็นส่วนใหญ่ แต่ในทางกลับกัน บทส่งท้าย หรือบทสรุปนั้น เป็นสิ่งที่น้อง ๆ ต้องอ่าน โดยปกติแล้ว จะเป็นส่วนที่ผู้เขียนได้สรุปข้อมูลทั้งหมดไว้ ดังนั้น เมื่อน้อง ๆ ได้อ่านบทสรุปก่อน แล้วกลับมาอ่านที่หน้าแรก ๆ อีกครั้ง จะทำให้น้อง ๆ เข้าใจได้ง่ายขึ้น แม้กระทั่งในเวลาที่ต้องอ่านหนังสือก่อน เพื่อไปเรียนในคาบถัดไป การอ่านบทสรุป ก็จะทำให้น้อง ๆ เห็นภาคคร่าว ๆ ของเนื้อหาที่ต้องเรียน ได้เช่นกัน

2. ปากกาไฮไลต์ เน้นความสำคัญ

เชื่อไหมว่า การไฮไลต์ข้อความนั้น มีประโยชน์เป็นอย่างมาก หากใช้มันอย่างถูกวิธี แต่ไม่ควรไฮไลต์ไปทุกหน้า แต่ก็ไม่ควรไฮไลต์จนน้อยเกินไป สิ่งที่ควรทำคือ ให้ไฮไลต์ข้อความ ที่เป็นหัวข้อสรุป หรือใจความสำคัญเด่น ๆ เพราะเมื่อน้อง ๆ เปิดหนังสือมาอ่านอีกครั้ง จะสามารถรู้ทุกอย่างที่เป็นต้องรู้ ด้วยการมองเพียงแค่แปปเดียว

3. ดูสารบัญ และหัวข้อย่อย

ในห้วข้อนี้ จะทำให้น้อง ๆ รู้ใจความสำคัญของสิ่งที่ผู้เขียนต้องการสื่อได้เป็นอย่างดี เพราะผู้เขียนมักจะกล่าวถึงประเด็นสำคัญซ้ำ ๆ ในทุกส่วนของหนังสือ

4. มีความกระตือรือล้นให้มาก

อย่าซึมซับการอ่านหนังสือ เฉพาะเท่าที่อาจารย์สั่งเท่านั้น ให้ลองเปิดโลกใหม่ ๆ โดยการหาหนังสือเล่มอื่น ๆ จากห้องสมุด หรือในอินเตอร์เน็ต ก็มีให้เลือกอ่านอย่างมากมาย ที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาที่เรียน โดยหนังสือบางเล่มนั้น พูดถึงเรื่องเดียวกัน แต่เล่มหนึ่งเขียนได้น่าอ่าน เข้าใจง่าย มีภาพประกอบ ในขณะที่หนังสือเรียน ก็มีเนื้อหาเดียวกัน แต่คำเขียนใช้หลักการมากเกินไป จนทำให้เครียด

5. ไม่ต้องอ่านทุกคำ

หลายคนอาจคิดว่า ในการอ่านทุกคำนั้น จะช่วยให้จดจำข้อมูลได้อย่างละเอียด ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว มันไม่ได้เป็นเช่นนั้น เพราะสมองที่รับข้อมูลมากเกินไป จะเกิดความล้า เบื่อหน่าย จนอ่านหนังสือไม่เข้าหัวในที่สุด ที่เป็นเช่นนี้เพราะ หากเป็นหนังสือ ที่ไม่ใช่หนังสือประเภทนิยาย จะถูกเขียนอธิบายแบบซ้ำ ๆ เพราะผู้เขียนต้องการจะอธิบายให้กระจ่าง ซึ่งใจความสำคัญจริง ๆ แล้วนั้น อยู่ที่บทสรุป ไม่เพียงกี่ย่อหน้า อีกทั้งในหนังสือส่วนใหญ่ จะใส่ข้อมูลหลักฐานแน่นมาก มากกว่าที่จะกล่าวถึงเรื่องประเด็น ซึ่งเป็นก็เป็นเรื่องที่ดี เรื่องที่น่าสนใจ แต่ทุกหลักฐานที่นำมาใช้อ้างอิงนั้น กล่าวถึงอยู่ประเด็นเดียว ดังนั้น ในการอ่านเพิ่มเติม ก็เป็นเรื่องการย้ำถึงประเด็นเดิม เมื่อเป็นเช่นนั้น ให้เลือกอ่านแต่หลักฐานที่น่าสนใจมากที่สุด แล้วอ่านบทต่อไปได้เลย

6. เขียนสรุป จากมุมมองของผู้อ่าน

เป็นที่แน่นอนว่า ผู้คนส่วนใหญ่ไม่ชอบในการเขียน แต่การเขียนนั้น เป็นวิธีที่ง่ายมากที่สุดในการรวบรวมข้อมูลสำคัญในเวลาอันสั้น ดังนั้น ถ้าเป็นไปได้ ให้เขียนใจความสำคัญในแบบฉบับของเรา 1 หน้ากระดาษ โดยพูดถึงประเด็นที่ผู้เขียนต้องการสื่อ อาจยกตัวอย่างสั้น ๆ คำถาม หรือความรู้สึกของเรา ที่ต้อการการค้นคว้าเพื่อหาคำตอบต่อไปให้ดียิ่งขึ้น

เมื่อเขียนในมุมมองของผู้อ่านเช่นนี้ จะเป็นเครื่อมือที่ช่วยให้คุณได้ทราบถึงประเด็นสำคัญของหนังสือ เช่นเดียวกับการไฮไลต์ข้อความ พอถึงช่วงใกล้สอบ จะเป็นการง่ายกว่า ที่เรามานั่งอ่านในมุมมองสรุปของผู้อ่าน แทนที่จะต้องพลิกตำราอ่านหนังสือทั้งเล่ม เพื่อทบทวนอีกครั้ง

7. พูดคุยกับผู้อื่น

คนส่วนมาก ไม่ชอบที่จะทำงานเป็นกลุ่ม แต่รู้ไหมว่า การจับกลุ่มพูดถึงเนื้อหาของหนังสือที่ต้องอ่าน จะช่วยทำให้คุณจำง่ายขึ้น บางครั้งอาจพูดถึงหนังสือในแง่ตลก ๆ ก็จะทำให้คุณสามารถจำประเด็นนั้นได้ เมื่ออยู่ในห้องสอบ เพราะสมองคนเราจะชอบนึกถึงเรื่องตลกก่อน เป็นหลักการเชื่อมโยง ที่ทำให้สมองของเราทำงานได้ง่ายขึ้น

การพูดคุยเกี่ยวกับหนังสือที่อ่าน จะช่วยทำให้คุณได้รับข้อมูลเพิ่มเติม จากบางส่วนที่คุณอาจมองข้ามไป อีกทั้งในบางคนชอบที่จะเรียนรู้ในรูปแบบการฟัง และมักจะเรียนรู้ได้ดีที่สุดเมื่อได้ยินข้อมูล ดังนั้น หากมีการพูดคุยสนทนาถกเถียงในประเด็นที่อยู่ในหนังสือ จะช่วยทำให้คุณสามารถจำประเด็ดสำคัญได้ดี เมื่อได้ฟังผ่านหู และทำให้คุณสามารถระลึกถึงข้อมูลส่วนนี้ได้ เมื่ออยู่ในห้องสอบ

8. จดคำถาม หรือข้อสงสัย ที่เกิดขึ้นระหว่างการอ่าน

ถือเป็นหัวใจหลักของเทคนิคนี้ คือการตั้งคำถาม อย่าเชื่อว่า ผู้เขียนจะเขียนได้ถูกต้องซะทีเดียว ให้จดจ่อกับสิ่งที่ต้องใช้ความคิดในเชิงวิเคราะห์ในการอ่าน เช่น ทำไมผู้เขียนจึงกล่าวเช่นนั้น หรือหลักฐานอธิบายนี้ เป็นจริงหรือไม่